นายพิชานนท์ อิงประสาร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จังหวัดตราด นำเสนอโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งขนาดใหญ่ของกรมทางหลวง ต่อนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนด้านการเดินทางของประชาชน พร้อมรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของจังหวัดตราด
นายพิชานนท์ กล่าวว่า การเสนอเป็นโครงการขนาดใหญ่ เนื่องจากต้องการให้จังหวัดตราดได้รับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมอย่างเป็นระบบ ทั้งในด้านความสะดวกและความปลอดภัย โดยที่ผ่านมา การปรับปรุงถนนสามารถดำเนินการได้เพียงประมาณ 2-3 กิโลเมตรต่อปี หากไม่มีการผลักดันโครงการขนาดใหญ่เข้ามาดำเนินการ อาจทำให้การพัฒนาถนนทั้ง 3 เส้นทางต้องใช้เวลานานเกือบ 10 ปี
สำหรับโครงการที่เสนอให้เร่งดำเนินการ มี 3 เส้นทางสำคัญ ได้แก่
1. ทางหลวงหมายเลข 3271 ตอน เนินสูง–ด่านชุมพล ระยะทางประมาณ 19.5 กิโลเมตร วงเงินก่อสร้างประมาณ 245 ล้านบาท ปัจจุบันถนนมีความกว้างเพียงประมาณ 5 เมตร ไม่มีไหล่ทาง และขาดแคลนไฟฟ้าส่องสว่างตลอดเส้นทาง อีกทั้งไม่ได้รับการพัฒนามาเป็นเวลานาน จึงจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนเป็นโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ เพื่อยกระดับความปลอดภัยในการสัญจรของประชาชน
2. ทางหลวงหมายเลข 3388 ตอน บ้านโป่ง–บ่อไร่ ระยะทางประมาณ 5.8 กิโลเมตร วงเงินก่อสร้างประมาณ 180 ล้านบาท โดยโครงการครอบคลุมการก่อสร้างสะพานและระบบระบายน้ำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของเส้นทางและแก้ไขปัญหาด้านโครงสร้างพื้นฐาน
3. ทางหลวงหมายเลข 3156 ตอน แหลมงอบ–แสนตุ้ง ระยะทางประมาณ 34 กิโลเมตร วงเงินก่อสร้างประมาณ 806 ล้านบาท ถือเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์สำคัญของจังหวัดตราด เนื่องจากเป็นเส้นทางที่ต่อเนื่องมาจากจังหวัดจันทบุรี ผ่านบริเวณสนามบินตราด และเป็นเส้นทางหลักสำหรับเดินทางไปลงเรือเฟอร์รี่ข้ามไปยังเกาะช้างในพื้นที่อำเภอแหลมงอบ
ปัจจุบันเส้นทางดังกล่าวยังเป็นถนนขนาด 2 ช่องจราจร ส่งผลให้ในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว หรือ High Season มีปริมาณรถเพิ่มขึ้นอย่างมากและเกิดปัญหาการจราจรติดขัด โดยเฉพาะช่วงเดินทางเข้า-ออกแหลมงอบเพื่อเชื่อมต่อไปยังเกาะช้าง
นายพิชานนท์ ระบุว่า เส้นทางแหลมงอบ–แสนตุ้งมีศักยภาพในการเติบโตสูง เนื่องจากเกาะช้างอยู่ห่างจากฝั่งเพียงประมาณ 6 กิโลเมตร แต่สามารถสร้างรายได้จากภาคการท่องเที่ยวให้แก่ประเทศไทยได้ประมาณ 15,000 ล้านบาทต่อปี
ดังนั้น การเร่งรัดพัฒนาและขยายโครงข่ายทางหลวงทั้ง 3 เส้นทาง จึงมีความสำคัญทั้งต่อการยกระดับความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชน การแก้ไขปัญหาจราจร การรองรับนักท่องเที่ยว ตลอดจนการเพิ่มศักยภาพด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของจังหวัดตราดในระยะยาว
